(Update 2020) ขั้นตอนการไหว้แก้ชงวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่)

“ปีหมูผ่านไปปีหนูเวียนเข้ามา”

ทุกๆปีโลกของเราจะได้รับอิทธิพลของดวงดาวแตกต่างกันไป อิทธิพลเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งปีนี้เป็นปีของ “หนู” อยู่ในสังกัดธาตุน้ำ ทำให้ส่งผลกระทบเป็นปฏิปักษ์ต่อธาตุไฟอย่างปี “มะเมีย” หรือม้ามากที่สุด เราเลยเรียกคนเกิดปีมะเมียว่าเป็นคนปี “ชง”

คนที่เกิดในปีชงอาจจะมีความวิตกกังวลถึงปัญหาในชีวิตที่จะเกิดขึ้นมากมาย ทำให้พิธีการแก้ชงจึงเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจมากขึ้น และสถานที่ๆถือว่าเป็นที่แก้ชงอันดับต้นๆของเมืองไทยเราคงหนีไม่พ้น “วัดมังกรกมลาวาส” หรือวัดเล่งเน่ยยี่ที่ตั้งอยู่คู่กับชาวไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่แถบเยาวราชมานานแสนนาน

บางคนอาจจะไม่เคยทำพิธีไหว้แก้ชงมาก่อน ก็อาจจะมีความขัดเขินไม่รู้ขั้นตอนว่าต้องทำอะไรก่อนอะไรหลัง บทความนี้เราจึงจะแนะนำวิธีการไหว้อย่างถูกต้องให้ทราบกัน

ขั้นที่ 1 เตรียมไหว้

เมือเข้าจากประตูด้านหน้ามาแล้ว เราจะเห็นตัวอาคารหลักอยู่ตรงด้านหน้า และมีอาคารปีกแบ่งซ้ายขวา ด้านขวามือจะเป็นจุดซื้อของไหว้พวกธูปเทียน พวงมาลัย และอาคารทางซ้ายมือจะเป็นจุดซื้อชุดไหว้ที่เราจะต้องมาเขียนชื่อนามสกุลบนกระดาษชุดไหว้ที่นี่ โดยปกติเราจะเดินเลี้ยวซ้ายมาเขียนชุดไหว้ให้เรียบร้อยก่อน

ขั้นที่ 2 ซื้อชุดไหว้ เขียนชื่อ

จุดซื้อชุดไหว้

ในรูปคืออาคารทางซ้ายมือที่เราจะมาซื้อชุดไหว้ก่อน โดยจะแบ่งเป็นสองแถวคือสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ จ่ายเงินทำบุญ 100 บาท เราจะได้ชุดไหว้เป็นใบสะเดาะเคราะห์สีแดง (สำหรับเขียนชื่อเรา) และชุดไหว้เทพเจ้าแห่งดวงชะตา (ไท่ส่วยเอี๊ย)

จากนั้นให้เราเข้าไปในตัวอาคารเพื่อเขียนชื่อข้อมูลต่างๆของเราในใบสีแดง โดยภายในอาคารจะมีวิธีการเขียนบอกไว้อย่างละเอียด

จุดเขียนใบสะเดาะเคราะห์

หากไม่แน่ใจวันเดือนปีเกิดให้เทียบจากกระดานที่ตั้งอยู่ในอาคารโดยไล่ตามปี พ.ศ. ตรงนี้ต้องดูดีๆนิดนึง มีหลายคนที่เข้าใจปีเกิดตัวเองผิดมาตลอดชีวิต ส่วนอายุตามตารางที่เทียบจะใช้วิธีคิดแบบจีนที่จะนับอายุตอนอยู่ในครรภ์ด้วยจึงทำให้อายุเราจะมากกว่าปกติ 1 ปี

ตารางเทียบปีเกิด

ปีที่มีแถบสีเหลืองคือปีที่ได้รับผลกระทบจากปีนี้ อาจจะมากน้อยแตกต่างกันไป โดยปีมะเมียจะได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่สามารถสะเดาะเคราะห์ได้เหมือนกันทุกปีเกิด

เมื่อเขียนชุดไหว้เสร็จแล้วให้ออกมาซื้อของไหว้ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับอาคารที่เราเขียนใบสะเดาะเคราะห์ ของไหว้พวกนี้เราสามารถเตรียมมาจากบ้านได้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ถ้าเอาสะดวกก็ซื้อจากที่วัดเลย

ขั้นที่ 3 ไหว้พระประธาน/ทีกง ฯลฯ

ไหว้รวม

ตอนนี้ทางวัดไม่อนุญาตให้จุดธูปในอาคารแล้ว จึงยกกระถางธูปออกมาตั้งรวมกันอยู่บริเวณหน้าอาคารจุดเดียวทำให้สะดวกต่อการไหว้ขึ้นมาก เราจะไหว้พระประธาน และเทพเจ้าต่างๆด้วยธูปตรงนี้เลย อธิฐานบอกฟ้าดินว่าเราชื่อแซ่อะไร จะมาไหว้เพื่อจุดประสงค์ใด และปักธูปกระถางละ 3 ดอก จุดเทียนด้านนอก ส่วนพวงมาลัยและส้มนำเข้าไปไหว้พระประธานด้านใน

ขั้นที่ 4 ไหว้เทพไท่ส่วยเอี๊ย

ตรงนี้ถือเป็นไฮไลท์ของการไหว้ เทพไท่ส่วยเอี๊ยคือเทพเจ้าแห่งดวงชะตา เราจะมาขอท่านเพื่อให้ท่านคุ้มครองดวงเราให้มีความราบรื่นสมหวังตลอดปีนี้

ถ้าเข้าประตูหลักตรงกลางเราจะพบพระศรีอารยเมตรับอยู่ตรงหน้า ขนาบด้วยเทพจตุโลกบาลยืนเฝ้าประตู ให้เราเดินเลี้ยวอ้อมไปจะเจอพระประธานองค์ใหญ่ตั้งอยู่สามองค์ ให้เราแขวนพวงมาลัย แล้วเดินไปทางซ้ายมือซึ่งจะเป็นที่ๆเราจะไหว้องค์ไท่ส่วยเอี๊ย

เราจะพบเทพเจ้าหลายองค์ซึ่งเราจะไหว้รวมๆแต่อธิฐานต่อองค์ไท่ส่วยเอี๊ยเป็นพิเศษตอนเราทำพิธี องค์ไท่ส่วยเอี๊ยจะเป็นองค์ที่อยู่ขวามือสุดเมื่อเราหันหน้าให้ท่าน ด้านหน้าจะมีโต๊ะวางของไหว้ซึ่งเราจะเอาส้มและพวงมาลัยมาไหว้ตรงนี้ก็ได้

จากนั้นให้เรานำชุดสะเดาะเคราะห์และชุดไหว้มาปัดตัวไล่จากหัวลงไปครึ่งตัวแล้วปัดออกเป็นจำนวน 13 ครั้ง (ตามจำวนเดือนที่คุ้มครองในปีนี้) จากนั้นฝากชุดสะเดาะเคราะห์ไว้ที่เก็บ เป็นอันจบพิธี

วิธีไหว้สะเดาะเคราะห์
ไหว้แก้ชง

(Update 2019) วิธีไหว้วัดกังหันให้ปัง ตามแบบคนฮ่องกง

วิธีการขอพรวัดกังหัน
วิธีการขอพรวัดกังหัน

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสได้เดินทางไปเกาะฮ่องกง ตั้งใจว่าจะเดินสายไหว้พระขอพรหลายๆที่ และหนึ่งในวัดที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับต้นๆบนเกาะก็คือวัดกังหัน หรือเรียกเป็นภาษาจีนออกเสียงว่าวัดแชกง หรือเชอกุง (Che Kung Temple) วัดนี้เป็นวัดที่หลายๆคนมักจะไปขอพรเรื่องการงานและการเงินจนประสบความสำเร็จกันมามากมายแล้ว แต่การขอพรก็จะต้องมีขั้นตอนสักเล็กน้อย วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังว่าการขอพรตามแบบฉบับที่คนฮ่องกงเล่าให้ฟังต้องทำอย่างไร การขอพรไปถึงท่านแชกงมิวถึงจะถูกต้องตามขั้นตอน

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าวัดกังหันเป็นที่ๆมาเพื่อขอพรเรื่องการงาน การเงินเท่านั้นนะ ไม่ต้องขอเรื่องอื่นเลย ถ้าอยากได้เรื่องความรัก หรือสุขภาพให้ไปที่หวังต้าเซียน หรือขอเรื่องลูกให้ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่หาด Repulse Bay ที่วัดกังหันนี้เอาชัดๆเลย จะปลดหนี้ หรืออยากได้งานโปรเจคใหญ่ ขอไปเลย

วัดกังหัน แชกงหมิว
ทางเข้าวัดกังหัน แชกงหมิว
วัดกังหัน แชกงหมิว
วัดกังหัน แชกงหมิว

ขั้นตอนการไหว้วัดกังหัน (Che Kung Temple)

เริ่มต้นจากหน้าประตูวัดก่อน (อ่านวิธีเดินทางไปวัดกังหันได้ตอนท้ายของบทความ) เมื่อเดินเข้าทางประตูใหญ่จะเห็นจุดซื้อธูปอยู่ซ้ายมือ ส่วนทางขวาจะเป็นซุ้มขายเครื่องราง ให้เราเดินไปที่ขายธูปก่อน ซื้อชุดธูปกับคนขาย เอาชุดที่ราคาประมาณ 68 เหรียญฮ่องกง ในชุดจะประกอบด้วยธูปใหญ่ 3 ดอก ธูปเล็ก 1 กำ ใบฮู้สีแดงถูกมัดรวมกับธูปอยู่ เมื่อได้ชุดไหว้มาแล้วให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

วัดกังหัน แชกงหมิว
จุดซื้อธูปวัดกังหัน
  • ขั้นที่ 1 เขียนชื่อที่อยู่บ้านรวมถึงชื่อที่อยู่บริษัทลงบนใบฮู้สีแดง พร้อมกับคำอธิฐานที่ต้องการขอ (ย้ำ!! เรื่องงานเรื่องเงินเท่านั้น)
  • ขั้นที่ 2 นำชุดไหว้เดินเข้าไปทางซ้ายมือจะมีเจ้าหน้าที่คอยจุดธูปให้ ทางวัดจะแยกธูปให้เราเป็นธูปเล็กธูปใหญ่
วัดกังหัน แชกงหมิว
จุดธูปวัดกังหัน
  • ขั้นที่ 3 จากนั้นนำธูปไปไหว้ฟ้าดินก่อน สังเกตุตรงกลางลานจะมีโต๊ะตั้งหันหน้าออกนอกวันตัวนึง ให้เราไปยืนหลังโต๊ะตัวนั้นโดยหันหลังให้วัดแล้วเริ่มแจ้งแก่ฟ้าดิน “ข้าพเจ้า ชื่อ……… มีความประสงค์จะมาขอพรท่านแชกงในวันนี้ ขอให้เทพยดาฟ้าดินจงมาเป็นพยานและอวยพรให้การขอพรในครั้งนี้ราบรื่นประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้” จากนั้นหันหลังปักธูปก้านใหญ่ลงกระถางกลาง และนำธูปเล็กปักทั้งสามกระถาง กระถางละสามดอก
วัดกังหัน แชกงหมิว
โต๊ะไหว้ฟ้าดินวัดกังหัน
วัดกังหัน แชกงหมิว
จุดปักธูปวัดกังหัน
  • ขั้นที่ 4 จากนั้นเดินออกมาทางที่ซื้อธูปจะเห็นศาลเจ้าที่เล็กๆอยู่ทางขวามือ (หันหน้าออกจากวัด) ให้ไปไหว้รายงานตัวกับเจ้าที่ด้วย “ข้าพเจ้า ชื่อ……… มีความประสงค์จะมาขอพรท่านแชกงในสถานที่แห่งนี้ ขอให้เจ้าที่จงเมตตาและอนุญาตให้ข้าพเจ้าได้ขอพรต่อท่านแชกงสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้” จากนั้นปักธูปลงบนกระถางเจ้าที่ 3 ดอก
วัดกังหัน แชกงหมิว
ศาลเจ้าที่วัดกังหัน
  • ขั้นที่ 5 เดินกลับมาหน้าศาลยังไม่ต้องเข้าข้างใน รายงานตัวต่อท่านแชกงก่อน หันหน้าทางศาลบอกกล่าวเล่าชื่อว่าเราชื่ออะไร อยู่ที่ไหน ทำอะไร วันนี้จะมาขอพรต่อท่านแชกง ขอท่านแชกงจงเมตตา ขั้นตอนนี้ยังไม่ต้องขอพรอะไรทั้งนั้น
  • ขั้นที่ 6 ปักธูปลงกระถางหน้าทางเข้าศาล เหลือติดมือไว้สามดอกเพื่อนำเข้าไปไหว้ด้านใน พอเข้ามาด้านในตัวศาลแล้ว ให้มองที่หน้าท่านแชกงแล้วอธิฐานต่อท่านตามที่ได้เขียนไว้ในใบฮู้สีแดง ตั้งใจมีสมาธิ พูดให้กระชับ หากจะบนบาน ให้บนบานด้วยหมูหัน (เจ้าหน้าที่ในศาลกระซิบมาว่าท่านโปรดปรานหมูหัน)
วัดกังหัน แชกงหมิว
ท่านแชกง วัดกังหัน
  • ขั้นที่ 7 จากนั้นทางด้านซ้ายมือจะเห็นกังหันทองเหลือง ให้เราเดินเข้าไปหมุนเพื่อปัดเป่าสิ่งชัวร้าย แล้วตีกลองที่วางข้างๆ 3 ครั้ง
วัดกังหัน แชกงหมิว
กังหันทอง และกลองวัดกังหัน
  • ขั้นที่ 8 นำใบฮู้สีแดงวางลงกล่องที่วัดจัดเตรียมให้ตรงด้านหน้าทางเข้าศาลเพื่อให้ทางวัดนำไปทำพิธีต่อ เสร็จขั้นตอนนี้แล้วเป็นอันเสร็จพิธี

การเช่าบูชากังหัน และการปลุกเสกง่ายๆด้วยตนเอง

หากใครต้องการซื้อจี้กังหันไว้บูชาสามารถซื้อได้ที่ซุ้มหน้าวัด ราคา 60 เหรียญ (แบบมาตรฐาน) จะมีเจ้าหน้าที่พูดไทยได้คอยบริการ แต่แนะนำว่าถ้าไปวัดหวังต้าเซียนมาก่อนให้ซื้อที่นั่นมาเลยเพราะราคาถูกกว่า ประมาณ 40 เหรียญ จากนั้นนำกังหันที่ได้ไปวนตรงกระถางธูปจากซ้ายไปขวา 3 รอบ แล้วเอาผงธูปโรยลงบนกังหันเท่านี้ก็เสร็จพิธี

วัดกังหัน แชกงหมิว
จี้กังหันวัดแชกงหมิว

การเดินทางไปวัดกังหัน (Che Kung Temple)

วัดกังหัน แชกงหมิว
สถานีไปวัดกังหัน

วิธีการเดินทางมีหลายวิธี แต่เราจะอธิบายวิธีที่เราคิดว่าง่ายที่สุด นั่นคือการนั่งรถใต้ดินไปลงสถานี Tai Wai เส้นสีฟ้า ออกทางออก B ออกมาจะเจอเป็นจุดขึ้นรถเมล์ให้เราเดินเลียบซ้ายตามทางจนออกไปเจอถนนใหญ่ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเดินต่อไปอีกนิดเดียว จะเจออุโมงเพื่อลอดไปฝั่งตรงข้ามของถนน เมื่อเราโผล่จากอุโมงขึ้นมาจะเห็นวัดอยู่ทางซ้ายมือ

วิธีการขอพรวัดกังหัน

(Update 2019) วิธีวัดทิศด้วย Google Earth แบบง่ายๆ

วิธีดูทิศด้วย Google Earth

Google Earth เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการดูทิศทางให้เรา เพราะนอกจากจะใช้ฟรีแล้วยังสามารถวัดทิศจากระยะไกลได้ทันทีซึ่งสะดวกมากๆ เพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปดูหน้าอาคาร

วันนี้เราจะมาสอนวิธีการลงโปรแกรมรวมถึงการวัดทิศทางง่ายๆให้เราใช้ดูอาคารบ้านเรือนของเราว่าหันหน้าไปทางทิศไหนกันบ้าง

วิธีลงโปรแกรม Google Earth

  • พิมพ์ค้นหาคำว่า Google Earth กดเข้าลิ้งค์เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรม หรือกดลิ้งค์นี้ http://bit.ly/2JwZ04u
Google Earth
  • เข้ามาจะเจอหน้าแบบนี้ ก็กดดาวน์โหลดได้เลย
Google Earth Download
  • พอดาวน์โหลดเสร็จก็ให้ติดตั้งโปรแกรมลงเครื่อง
ติดตั้ง Google Earth
  • จะปรากฏไอคอน Google Earth เป็นอันเสร็จพิธี
Google Earth

วิธีใช้งานวัดทิศทางด้วย Google Earth

เปิดโปรแกรมมาจะเจอหน้าตาโปรแกรมโดยมีลูกโลกอยู่ด้านขวา และแถบข้อมูลทางด้านซ้ายมือ

หน้าตา Google Earth

ให้พิมพ์ค้นหาสถานที่ตรงมุมบนด้านซ้ายมือตรงช่องค้นหา

ค้นหาสถานที่ Google Earth

รูปโลกจะภาพเราหมนุนไปยังสถานที่ๆเราปักหมุดไว้

ค้นหาสถานที่ Google Earth

ให้เราเลื่อนเม้าส์เพื่อให้เห็นตัวอาคารชัดเจนขึ้น หรือใช้ปุ่มซูมที่อยู่ด้านขวามือ

วัดทิศทางด้วย Google Earth

ให้เลือกไอคอนรูปไม้บรรทัดที่อยู่ด้านบน (ในกรอบสีแดง)

วัดทิศทางด้วย Google Earth

จะปรากฏหน้านี้ขึ้นมาบอกความยาว และส่วนหัว (ตรงนี้คือสิ่งที่จะบอกองศาทิศทาง)

วัดทิศทางด้วย Google Earth

ให้นำเม้าส์ไปตรงจุดเริ่มต้นที่ต้องการวัดกด 1 ทีแล้วปล่อย จากนั้นลากเม้าส์ไปยังทิศทางหันโดยไม่ต้องกดเม้าส์ จะมีเส้นสีเหลืองขึ้นมา ลากไปจนถึงจุดที่ต้องการแล้วกดเม้าส์อีกทีจะเป็นการสิ้นสุดการวัด

ยกตัวอย่าง เราต้องการวัดว่าโรงแรมในรูปหันหน้าไปทางทิศไหน ให้เราเริ่มจากทางหลังอาคารก่อน กดเม้าส์ 1 ทีตรงมุมท้ายด้านขวาของอาคาร (จากในรูป) ลากเม้าส์ขึ้นมาทางหน้าอาคารจนถึงสุดหน้าอาคารแล้วกดเม้าส์อีกทีเพื่อกำหนดจุดสิ้นสุด

ในกรณีนี้เราจะได้ค่ามาสองตัวคือ ความยาวของตึก 98.12 เมตร และ ทิศที่อาคารนี้หันหน้า คือ 178.08 องศา เท่านี้ก็จะได้ทิศหันแล้ว

ทิศและองศา

ทิศเหนือ: 360, 0 องศา

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ: 45 องศา

ทิศตะวันออก: 90 องศา

ทิศตะวันออกเฉียงใต้: 135 องศา

ทิศใต้: 180 องศา

ทิศตะวันตกเฉียงใต้: 225 องศา

ทิศตะวันตก: 270 องศา

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ: 315 องศา

วิธีดูทิศด้วย Google Earth

(Update 2019) วิธีไหว้วัดกังหันให้ปัง ตามแบบคนฮ่องกง

วิธีการขอพรวัดกังหัน
วิธีการขอพรวัดกังหัน

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสได้เดินทางไปเกาะฮ่องกง ตั้งใจว่าจะเดินสายไหว้พระขอพรหลายๆที่ และหนึ่งในวัดที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับต้นๆบนเกาะก็คือวัดกังหัน หรือเรียกเป็นภาษาจีนออกเสียงว่าวัดแชกง หรือเชอกุง (Che Kung Temple) วัดนี้เป็นวัดที่หลายๆคนมักจะไปขอพรเรื่องการงานและการเงินจนประสบความสำเร็จกันมามากมายแล้ว แต่การขอพรก็จะต้องมีขั้นตอนสักเล็กน้อย วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังว่าการขอพรตามแบบฉบับที่คนฮ่องกงเล่าให้ฟังต้องทำอย่างไร การขอพรไปถึงท่านแชกงมิวถึงจะถูกต้องตามขั้นตอน

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าวัดกังหันเป็นที่ๆมาเพื่อขอพรเรื่องการงาน การเงินเท่านั้นนะ ไม่ต้องขอเรื่องอื่นเลย ถ้าอยากได้เรื่องความรัก หรือสุขภาพให้ไปที่หวังต้าเซียน หรือขอเรื่องลูกให้ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่หาด Repulse Bay ที่วัดกังหันนี้เอาชัดๆเลย จะปลดหนี้ หรืออยากได้งานโปรเจคใหญ่ ขอไปเลย

วัดกังหัน แชกงหมิว
ทางเข้าวัดกังหัน แชกงหมิว
วัดกังหัน แชกงหมิว
วัดกังหัน แชกงหมิว

ขั้นตอนการไหว้วัดกังหัน (Che Kung Temple)

เริ่มต้นจากหน้าประตูวัดก่อน (อ่านวิธีเดินทางไปวัดกังหันได้ตอนท้ายของบทความ) เมื่อเดินเข้าทางประตูใหญ่จะเห็นจุดซื้อธูปอยู่ซ้ายมือ ส่วนทางขวาจะเป็นซุ้มขายเครื่องราง ให้เราเดินไปที่ขายธูปก่อน ซื้อชุดธูปกับคนขาย เอาชุดที่ราคาประมาณ 68 เหรียญฮ่องกง ในชุดจะประกอบด้วยธูปใหญ่ 3 ดอก ธูปเล็ก 1 กำ ใบฮู้สีแดงถูกมัดรวมกับธูปอยู่ เมื่อได้ชุดไหว้มาแล้วให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

วัดกังหัน แชกงหมิว
จุดซื้อธูปวัดกังหัน
  • ขั้นที่ 1 เขียนชื่อที่อยู่บ้านรวมถึงชื่อที่อยู่บริษัทลงบนใบฮู้สีแดง พร้อมกับคำอธิฐานที่ต้องการขอ (ย้ำ!! เรื่องงานเรื่องเงินเท่านั้น)
  • ขั้นที่ 2 นำชุดไหว้เดินเข้าไปทางซ้ายมือจะมีเจ้าหน้าที่คอยจุดธูปให้ ทางวัดจะแยกธูปให้เราเป็นธูปเล็กธูปใหญ่
วัดกังหัน แชกงหมิว
จุดธูปวัดกังหัน
  • ขั้นที่ 3 จากนั้นนำธูปไปไหว้ฟ้าดินก่อน สังเกตุตรงกลางลานจะมีโต๊ะตั้งหันหน้าออกนอกวันตัวนึง ให้เราไปยืนหลังโต๊ะตัวนั้นโดยหันหลังให้วัดแล้วเริ่มแจ้งแก่ฟ้าดิน “ข้าพเจ้า ชื่อ……… มีความประสงค์จะมาขอพรท่านแชกงในวันนี้ ขอให้เทพยดาฟ้าดินจงมาเป็นพยานและอวยพรให้การขอพรในครั้งนี้ราบรื่นประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้” จากนั้นหันหลังปักธูปก้านใหญ่ลงกระถางกลาง และนำธูปเล็กปักทั้งสามกระถาง กระถางละสามดอก
วัดกังหัน แชกงหมิว
โต๊ะไหว้ฟ้าดินวัดกังหัน
วัดกังหัน แชกงหมิว
จุดปักธูปวัดกังหัน
  • ขั้นที่ 4 จากนั้นเดินออกมาทางที่ซื้อธูปจะเห็นศาลเจ้าที่เล็กๆอยู่ทางขวามือ (หันหน้าออกจากวัด) ให้ไปไหว้รายงานตัวกับเจ้าที่ด้วย “ข้าพเจ้า ชื่อ……… มีความประสงค์จะมาขอพรท่านแชกงในสถานที่แห่งนี้ ขอให้เจ้าที่จงเมตตาและอนุญาตให้ข้าพเจ้าได้ขอพรต่อท่านแชกงสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้” จากนั้นปักธูปลงบนกระถางเจ้าที่ 3 ดอก
วัดกังหัน แชกงหมิว
ศาลเจ้าที่วัดกังหัน
  • ขั้นที่ 5 เดินกลับมาหน้าศาลยังไม่ต้องเข้าข้างใน รายงานตัวต่อท่านแชกงก่อน หันหน้าทางศาลบอกกล่าวเล่าชื่อว่าเราชื่ออะไร อยู่ที่ไหน ทำอะไร วันนี้จะมาขอพรต่อท่านแชกง ขอท่านแชกงจงเมตตา ขั้นตอนนี้ยังไม่ต้องขอพรอะไรทั้งนั้น
  • ขั้นที่ 6 ปักธูปลงกระถางหน้าทางเข้าศาล เหลือติดมือไว้สามดอกเพื่อนำเข้าไปไหว้ด้านใน พอเข้ามาด้านในตัวศาลแล้ว ให้มองที่หน้าท่านแชกงแล้วอธิฐานต่อท่านตามที่ได้เขียนไว้ในใบฮู้สีแดง ตั้งใจมีสมาธิ พูดให้กระชับ หากจะบนบาน ให้บนบานด้วยหมูหัน (เจ้าหน้าที่ในศาลกระซิบมาว่าท่านโปรดปรานหมูหัน)
วัดกังหัน แชกงหมิว
ท่านแชกง วัดกังหัน
  • ขั้นที่ 7 จากนั้นทางด้านซ้ายมือจะเห็นกังหันทองเหลือง ให้เราเดินเข้าไปหมุนเพื่อปัดเป่าสิ่งชัวร้าย แล้วตีกลองที่วางข้างๆ 3 ครั้ง
วัดกังหัน แชกงหมิว
กังหันทอง และกลองวัดกังหัน
  • ขั้นที่ 8 นำใบฮู้สีแดงวางลงกล่องที่วัดจัดเตรียมให้ตรงด้านหน้าทางเข้าศาลเพื่อให้ทางวัดนำไปทำพิธีต่อ เสร็จขั้นตอนนี้แล้วเป็นอันเสร็จพิธี

การเช่าบูชากังหัน และการปลุกเสกง่ายๆด้วยตนเอง

หากใครต้องการซื้อจี้กังหันไว้บูชาสามารถซื้อได้ที่ซุ้มหน้าวัด ราคา 60 เหรียญ (แบบมาตรฐาน) จะมีเจ้าหน้าที่พูดไทยได้คอยบริการ แต่แนะนำว่าถ้าไปวัดหวังต้าเซียนมาก่อนให้ซื้อที่นั่นมาเลยเพราะราคาถูกกว่า ประมาณ 40 เหรียญ จากนั้นนำกังหันที่ได้ไปวนตรงกระถางธูปจากซ้ายไปขวา 3 รอบ แล้วเอาผงธูปโรยลงบนกังหันเท่านี้ก็เสร็จพิธี

วัดกังหัน แชกงหมิว
จี้กังหันวัดแชกงหมิว

การเดินทางไปวัดกังหัน (Che Kung Temple)

วัดกังหัน แชกงหมิว
สถานีไปวัดกังหัน

วิธีการเดินทางมีหลายวิธี แต่เราจะอธิบายวิธีที่เราคิดว่าง่ายที่สุด นั่นคือการนั่งรถใต้ดินไปลงสถานี Tai Wai เส้นสีฟ้า ออกทางออก B ออกมาจะเจอเป็นจุดขึ้นรถเมล์ให้เราเดินเลียบซ้ายตามทางจนออกไปเจอถนนใหญ่ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเดินต่อไปอีกนิดเดียว จะเจออุโมงเพื่อลอดไปฝั่งตรงข้ามของถนน เมื่อเราโผล่จากอุโมงขึ้นมาจะเห็นวัดอยู่ทางซ้ายมือ

วิธีการขอพรวัดกังหัน

เลือกชั้นคอนโดตามปีเกิด

รู้หรือไม่ อาคารแต่ละชั้นมีพลังงานที่ต่างกัน และพลังงานนั้นก็ส่งผลถึงผู้อยู่อาศัยด้วย การส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยย่อมมีทั้งดีและร้าย แต่ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ? เรื่องนี้เป็นเรื่องของหลักเบญจธาตุที่เคยอธิบายให้ฟังในบทความที่แล้ว คลิ๊กอ่านบทความเรื่องเบญจธาตุ

เลือกชั้นคอนโดตามปีเกิด
เลือกชั้นคอนโดตามปีเกิด

อธิบายต่อว่าธาตุแต่ละธาตุจะทำปฏิกริยาต่อธาตุอีกธาตุหนึ่งทั้งในทางส่งเสริมและทำลาย ในที่นี้ชั้นแต่ละชั้นของอาคารหรือคอนโดแต่ละชั้นจะถูกพลังงานของธาตุตัวใดตัวหนึ่งควบคุมไว้ ในขณะที่มนุษย์เราแต่ละคนก็จะถูกธาตุตัวใดตัวหนึ่งควบคุมผ่านปีเกิดเช่นกัน ทีนี้ถ้าชั้นอาคารที่เราเลือกอาศัยอยู่ถูกควบคุมด้วยธาตุที่ส่งเสริมกับธาตุปีของเรา สิ่งนี้จะทำให้เกิดพลังงานส่งเสริมผู้อยู่อาศัยนั่นเอง

บทความนี้จะมาเฉลยกันว่าคนเกิดปีไหนเหมาะที่จะอยู่ชั้นไหนกันบ้าง

เลือกชั้นคอนโดตามปีเกิด
เลือกชั้นคอนโดตามปีเกิด

แต่ถ้าหากใครอยู่ชั้นคอนโดที่ไม่ได้ตรงกับชั้นตามที่บอกไว้ในรูปก็ไม่ต้องวิตกไปนะครับ การรับพลังส่งเสริมจากธาตุในทางฮวงจุ้ยยังมีวิธีอีกมากมาย เช่น การปรับทิศทางที่อยู่อาศัย การตั้งวัตถุกระตุ้นธาตุในจุดต่างๆของบ้าน ฯลฯ เพราะฉะนั้นหากใครที่มีความกังวลและอยากจะแก้ไขก็สามารถหาซินแสที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยให้คำปรึกษาได้ครับ

เลือกชั้นคอนโดตามปีเกิด

(2019) งานบรรยายฮวงจุ้ย Estate Corner (ฮวงจุ้ยกับนักขายบ้าน)

ในวันที่ 19-20 เมษายน 2019 ทางบริษัทเอสเตสคอร์เนอร์ ได้จัดการบรรยาเรื่องฮวงจุ้ยสำหรับนักขายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นประโยชน์มากๆในการแนะนำเป็นข้อมูลทางเลือกให้แก่ลูกค้า รวมถึงจะได้รู้วิธีการประเมินทรัพย์สินก่อนจะนำมาขายต่อว่ามีความมงคลในหลักทางฮวงจุ้ยอย่างไร

โดยผู้ที่รับหน้าที่เป็นวิทยากรคือ อ.ปิง โหราประยุกต์ (อาจารย์พิศาล เอกอาภากุล) ผู้ซึ่งเป็นซินแสที่ดูฮวงจุ้ยให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์มากมายรวมถึงเป็นที่ปรึกษาให้แก่ดาราหลายท่าน

งานสัมมนาฮวงจุ้ย Estate Corner
งานสัมมนาฮวงจุ้ย Estate Corner

ผมได้เข้าร่วมสังเกตุการณ์เรียนรู้แนวทางการปฏิบัติตลอด2วันเต็ม โดยจับใจความการบรรยายแบ่งได้เป็นเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ

  • หลักฮวงจุ้ย ชัยภูมิ, ผังดาว 9 ยุค (บอกความเป็นมงคลของทิศทางบ้าน)
  • ความสัมพันธ์ของฮวงจุ้ยกับแนวคิดทางสถาปัตย์ และการประเมินทรัพย์เบื้องต้น
ตารางเรียนฮวงจุ้ย Estate Corner
ตารางเรียนฮวงจุ้ย Estate Corner

หมวดฮวงจุ้ย (โดยอ.ปิง)

ส่วนของฮวงจุ้ยกินเวลาบรรยาย 1 วันครึ่ง อธิบายปูพื้นตั้งแต่เรื่องชัยภูมิ ไปจนถึงการใช้เข็มทิศเพื่อกำหนดทิศทางของบ้าน และนำทิศทางมาเข้าสูตรตามหลักดาว 9 ยุคเพื่อดูว่าตำแหน่งไหนเป็นตำแหน่งมงคลประจำบ้านหลังนั้นๆ ผมจะแบ่งเป็นหัวข้อให้เข้าใจง่ายๆตามนี้

1.หลักเบญจธาตุ เป็นพื้นฐานของวิชาโหราศาสตร์จีน เพื่อให้เข้าใจว่าธาตุแต่ละธาตุทำปฏิกริยาต่อกันอย่างไร ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ ธาตุไหนเป็นธาตุส่งเสริม ธาตุไหนเป็นธาตุบั่นทอนต้องหลีกเลี่ยง ดูข้อมูลเกี่ยวกับหลักเบญจธาตุเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่

2.ชัยภูมิ ให้ประเมินสภาพแวดล้อมของทรัพย์ที่เราจะจำหน่าย โดยเดินรอบบริเวณภายนอกบ้าน ดูตำแหน่งศรพิฆาต เสาไฟ หม้อแปลงไฟ ทางไหลของน้ำ และถนน นอกจากนั้นยังให้ดูตำแหน่ง 4 ทิศของบ้าน เต่าดำ หงส์แดง มังกรเขียว เสือขาว ทิศไหนเคลื่อนไหว หรือทิศไหนควรนิ่งมั่นคง

มังกรเขียว เสือขาว เต่าดำ หงส์แดง
หลักชัยภูมิ

3.ดาวเหิน ดูผังยุคดาว เพื่อจัดทางเข้าออก แผนภูมิในบ้าน ห้องไหนควรอยู่มุมไหน จุดไหนเป็นจุดต้องห้ามของบ้าน เพื่อความเข้าใจต่อบ้านแต่ละหลังว่ามีข้อจำกัดเฉพาะตัวอย่างไร แก้ไขได้หรือไม่ ดีพอจะนำมาเก็บเป็นทรัพย์เพื่อขายต่อในแฟ้มรึเปล่า

ผังดาว 9 ยุค
ตัวอย่างผังดาว 9 ยุค

4.หลัก 8 ทิศ 8 ปฏิกริยา เรื่องนี้เป็นเรื่องการจัดความสมดุลภายในบ้าน แต่ละทิศเป็นทิศธาตุอะไร สามารถใช้อะไรส่งเสริมได้บ้าง และทิศไหนต้องห้ามอะไร

5.หลักฤกษ์ยาม ไม่ได้ลงรายละเอียดการดูฤกษ์ยาม แต่เน้นถึงความสำคัญในการใช้ฤกษ์ยามเพื่อการปรับแต่งฮวงจุ้ย

6.หยินหยาง ความสมดุลคือหัวใจของฮวงจุ้ย หยินหยางเป็นหัวใจของธรรมชาติ ในหยินมีหยาง ในหยางมีหยิน อยู่ร่วมกันแต่ต้องไม่มีอะไรมากหรือน้อยเกินไป เมื่อเกิดความสมดุลเราจะรู้สึกถึงความสบายในการอยู่ในที่ๆมีกระแสพลังงานนั้นๆ (กระแสชี่) หลักนี้ใช้เรื่องของแสงสว่าง ความร้อน ความเย็นเข้ามาปรับสมดุล หลักสูตรนี้ไม่ได้อธิบายลึก

หมวดสถาปัตย์ (โดยคุณคณวัฒน์)

ฮวงจุ้ยกับการออกแบบทางสถาปัตย์มีอะไรหลายอย่างที่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะหัวใจสำคัญคือการออกแบบให้ผู้อาศัยอยู่สบาย แต่ต่างกันนิดเดียวตรงที่สถาปัตย์ยึดสิ่งที่มองเห็นหรือรู้สึกได้ชัดเจนเป็นแนวทาง เช่น ลม และแดด ส่วนฮวงจุ้ยจะซับซ้อนกว่าตรงที่สามารถยึดสิ่งที่มองเห็นไม่ได้ชัดเจนเป็นแนวทางการออกแบบด้วย เช่น สนามพลังงานแม่เหล็กใต้พื้นโลก, อิทธิพลของดวงดาวที่กระทำต่อโลก และมนุษย์ในช่วงเวลาต่างๆ (ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากการสังเกตุ และจดบันทึกเป็นเวลากว่าหลายพันปี)

ช่วงแรก วิเคราะห์แปลนบ้าน

คุณคณวัฒน์ได้นำแบบแปลนบ้าน และคอนโดต่างๆมาอธิบายการออกแบบโดยยึดหลักทางสถาปัตย์และให้อาจารย์ปิงวิเคราะห์ว่าตรงไหนสอดคล้องหรือขัดแย้งกับทางหลักวิชาฮวงจุ้ยบ้าง

ช่วงที่สอง ประเมินสภาพอสังหาริมทรัพย์

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฮวงจุ้ยแต่เป็นหลักการตรวจสอบบ้านโดยหลักวิศวกรรมแบบง่ายๆ เช่นการดูสภาพโครงบ้าน, ระดับพื้นเทียบกับถนน, การวางระบบไฟฟ้า ฯลฯ เพื่อทำการตัดสินใจว่าทรัพย์นี้คุ้มค่าที่จะเอามาขายต่อหรือไม่ หรือจะมีแนวทางสื่อสารกับลูกค้าอย่างไร

ช่วงที่สาม วิเคราะห์กลุ่มลูกค้า

อันนี้เป็นความรู้ทางการตลาดล้วนๆ เรียกว่ารู้เขารู้เรา ตามหลักการว่าบ้านทุกหลังมีเจ้าของ แต่เจ้าของอยู่ที่ไหนเป็นหน้าที่ของคนขายที่จะไปหาบ้านและคนมาจับคู่กันครับ Session นี้มีประโยชน์มากๆทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาไปกับการหว่านแหไม่ตรงจุดครับ

บรรยากาศงานฮวงจุ้ย Estate Corner

สรุปภาพรวมของงานสัมมนา

ตอนแรกผมดู Course Outline แล้วเห็นเนื้อหาค่อนข้างแน่นและกว้างพอสมควร กับระยะเวลา 2 วันก็สงสัยอยู่ว่าจะเพียงพอต่อการสอนรึเปล่า แต่ปรากฏว่าอ.ปิงโหราประยุกต์ทำเนื้อหาสรุปออกมาได้ดีครับ โดยเฉพาะคู่มือที่แจกให้ นอกจากนั้นยังมีการเอาฮวงจุ้ยกับสถาปัตย์มาควบรวมกันได้อย่างดี เรื่องนี้ผมคิดว่าสำคัญมากต่อ Mindset ของผู้เข้าร่วมสัมมนาต่อความเข้าใจหลักฮวงจุ้ยว่าเป็นหลักเกณฑ์ของธรรมชาติมากกว่าเป็นเรื่องลี้ลับ

คู่มือดูผังดาว9ยุค
คู่มือดูผังดาว 9 ยุค

เนื้อหาอาจจะไม่ได้ลงลึก แต่ถ้าเทียบว่าสองวันกับนักเรียนส่วนใหญ่ที่มีความรู้เป็นศูนย์ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ เท่าที่ถามจากผู้เข้าร่วมสัมมนาก็นับว่าเข้าใจหลักการเบื้องต้นอย่างดี และนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เพราะฉะนั้นคอร์สนี้ผมประเมินว่าเป็นคอร์สที่คุ้มค่ามากครับ

ปีนักษัตรสมพงษ์ดวงจีน (ปีฮะ)

ปีสมพงษ์
ปีสมพงษ์ดวงจีน

เราทุกคนจะมีสัตว์นักษัตรประจำปีเกิดตามดวงจีนทุกคน สำหรับชาวเอเชียฝั่งตะวันออกทุกคนก็น่าจะรู้กันดีว่าเราเกิดปีนักษัตรใด ถ้าใครยังไม่รู้ว่าเราเกิดปีไหนก็สามารถเช็คได้โดยใช้แอพยอดฮวงจุ้ยได้เลยครับ วิธีใช้งานแอพยอดฮวงจุ้ย

นักษัตรประจำปีจะมีทั้งหมด 12 ชนิด วนมาประจำในแต่ละปีเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆตามลำดับ สิ่งที่น่าสนใจคือนักษัตรแต่ละชนิดจะทำปฏิกริยาต่ออีกนักษัตรหนึ่งทั้งในทางดีและร้าย ในเรื่องความไม่ดีหรือปะทะกันระหว่างนักษัตร เราเขียนไว้แล้วในบทความ นักษัตรที่ชงกัน บทความนี้เราเลยจะมุ่งไปที่นักษัตรที่สมพงษ์กันโดยเฉพาะเท่านั้น

ปีไหนสมพงษ์กับปีไหนบ้าง?

ลองดูในภาพก่อนนะครับว่านักษัตรใดสมพงษ์กันบ้าง

ปีสมพงษ์ดวงจีน

ความสมพงษ์ของปีคืออะไร?

การสมพงษ์กันคือความสอดคล้องเข้ากันของธาตุ (อ่านเพิ่มเติมเรื่องธาตุประจำตัว) ที่ทำปฏิกริยาสนับสนุนกัน หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่าพลังจากธรรมชาติหรือดวงดาวในช่วงเวลานั้นๆได้ส่งเสริมให้อีกกลุ่มพลังอีกกลุ่มหนึ่งมีพลังเพิ่มขึ้น การสมพงษ์จะใช้ได้ในหลายๆสถานการณ์เช่นการจัดฮวงจุ้ย การหาคู่ครอง การหาหุ้นส่วนทางธุรกิจ รวมถึงการทำการมงคลใดๆก็ตาม

ยกตัวอย่างเช่น ถ้านาย A ที่เกิดปีมะเมียต้องการหาคู่ครอง เค้าควรจะหาคนปีมะแม หรือถ้านาย A คนเดิมต้องการหาฤกษ์เปิดกิจการ นาย A ก็ควรเลือกฤกษ์ยามที่เป็นฤกษ์ของมะแม เป็นต้น ดูวิธีหาฤกษ์ด้วยตนเองเพิ่มเติม

แต่ถ้าเกิดเราไม่สามารถทำให้ทุกๆเรื่องสมพงษ์กับดวงเราได้ก็ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะนั่นคือธรรมชาติของโลกที่มนุษย์ต้องมีสมหวังบ้างและผิดหวังบ้าง บางคนก็เรียกว่าเป็นกรรมของแต่ละบุคคล ถึงแม้เราจะเลือกทุกอย่างให้ได้อย่างหวังไม่ได้ แต่อย่างน้อยถ้าเรามีหลักวิธีการเลือกดวงสมพงษ์ให้กับตัวเอง ก็จะเป็นหลักประกันได้ว่าเราจะได้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เราพึงจะมีได้ครับ

ปีสมพงษ์ตามดวงจีน
ปีสมพงษ์ดวงจีน

วัฏจักรของธาตุ (ดวงจีน)

ธาตุตามดวงจีน
เบญจธาตุ

ขอลงไว้เป็นคู่มือสำหรับใครที่ต้องการเช็คธาตุของตัวเองซักหน่อยว่าเราถูกกับธาตุอะไรและไม่ถูกกับธาตุอะไรนะครับ ใครยังไม่รู้ธาตุตัวเองสามารถดาวน์โหลดแอพยอดฮวงจุ้ย และดูวิธีจาก วิธีตรวจธาตุตนเอง

รูปด้านล่างจะเป็นผังวัฏจักรของธาตุ (ตามดวงจีน) ต่างๆที่ทำปฏิกริยาต่อกันนะครับ แต่ละธาตุจะให้คุณให้โทษต่ออีกธาตุหนึ่งวนไปเป็นวงกลม ก่อนจะไปดูรูป ผมอยากให้จำศัพท์ 3 คำนี้ก่อนครับ

  • ก่อเกิด
  • บั่นทอน
  • ทำลาย
วัฏจักรธาตุในดวงจีน

ก่อเกิด (ลูกศรสีเขียว)

ธาตุหนึ่งตัวจะสนับสนุนธาตุอีกตัวให้แข็งแรงขึ้นครับ ให้คิดภาพจากธรรมชาติ เช่น น้ำรดที่ต้นไม้แล้วต้นไม้เติบโต ต้นไม้เป็นฟืนให้ไฟลุกโชติช่วง ไฟมอดกลายเป็นขี้เถ้า (ดิน) ดินถูกบีบอัดเกิดเป็นแร่ธาตุ (ทอง) ทองละลายหรือควบแน่นกลายเป็นน้ำ วนไปแบบนี้

บั่นทอน (ลูกศรสีม่วง)

บั่นทอนคือกระบวนการย้อนกลับของการก่อเกิด พูดให้เห็นภาพคือ เมื่อน้ำรดต้นไม้แล้วน้ำก็ค่อยๆหมดลง ต้นไม้ที่นำไปเป็นฟืนก็ถูกไฟเผาไหม้ ไฟที่มอดดับก็จะกลายเป็นดิน ดินที่ถูกบีบอัดเมื่ออ่อนกำลังก็จะกลายเป็นแร่ธาตุ ทองเมื่อละลายก็กลายเป็นน้ำ อธิบายง่ายๆคือธาตุที่ให้พลังกับอีกธาตุนึงก็จะอ่อนกำลังลงครับ

ทำลาย (สีแดง)

กระบวนการนี้คือการเข้าทำลายต่ออีกธาตุโดยตรงหรืออาจเรียกว่าธาตุปฏิปักษ์ได้ เช่น น้ำดับไฟ ไฟหลอมทอง ทองตัดไม้ ไม้ชำแรกดิน ดินกั้นน้ำ เห็นภาพชัดรึยังครับ

แล้วเราต้องการธาตุก่อเกิดอย่างเดียวรึเปล่า?

ขออธิบายก่อนว่าการผสมธาตุเป็นการเรียนรู้ขั้นสูงขึ้นไปครับ หัวใจของธาตุทั้ง 5 คือความสมดุล ไม่ควรมีธาตุไหนที่แข็งแรงเกินไป หรืออ่อนแอเกินไป โดยเฉพาะธาตุประจำตัวของเรา ถ้าธาตุประจำตัวของเราอ่อนแอ เราย่อมต้องการธาตุที่มาก่อเกิดเพื่อทำให้ธาตุของเราแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าธาตุของเราแข็งแรงอยู่แล้วเราควรหาธาตุบั่นทอนและทำลายมาทำให้ธาตุของเราอ่อนแอเพื่อความสมดุลครับ

คุณสามารถปรึกษาซินแสได้ถึงการผสมธาตุให้เหมาะกับตัวคุณ เรื่องนี้เกี่ยวพันต่อการหาอาชีพที่เหมาะสม การหาคู่ครองที่ส่งเสริมเรา รวมถึงการจัดฮวงจุ้ยภายในบ้านด้วยครับ ไว้โอกาสหน้าผมจะค่อยๆเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับการผสมธาตุให้อ่านกันอีกทีครับ

เบญจธาตุ
ธาตุตามดวงจีน

ปีอะไรชงกับปีอะไร

ปีชง

พวกเราคงเคยได้ยินคำว่าปีชงกันบ่อยๆใช่มั้ยครับ คำว่าชงเป็นภาษาจีนที่แปลเป็นไทยง่ายๆว่าปะทะ เมื่อเกิดการปะทะย่อมเกิดการเสียหาย หรือเปลี่ยนแปลง

ในปีแต่ละปีจะถูกแทนสัญลักษณ์ด้วยนักษัตรแต่ละตัว ซึ่งนักษัตรแต่ละตัวก็จะประจำทิศแต่ละทิศ และทิศแต่ละทิศก็จะมีธาตุของตัวเอง อธิบายให้เป็นวิทยาศาตร์คือ อิทธิพลของธาตุที่อยู่ประจำทิศจะปะทะกับทิศที่อยู่ตรงกันข้ามเสมอๆ เช่นทิศใต้แทนด้วยธาตุไฟเป็นนักษัตรมะเมีย ก็จะชงหรือปะทะกับทิศเหนือแทนด้วยธาตุน้ำมีนักษัตรชวดประจำอยู่ พอถอดสมการออกมาคือ นักษัตรชวดชงกับมะมียนั่นเองครับ (อยากรู้เรื่องวงจรธาตุอ่านได้จาก วัฏจักรธาตุ)

ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่านักษัตรไหนเป็นศัตรูกับใครเพื่อที่จะได้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์

ปีชง
ปีชงตามดวงจีน

ถึงการปะทะของปีแต่ละปีจะมีผลกระทบกับเจ้าของดวงบ้าง แต่ไม่อยากให้วิตกกังวลถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับนะครับ บางทีการชงกันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงที่ดีก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อไหร่ปีชงวนมาถึงก็อยากให้ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวังมีสติรอบคอบ หรือถ้ายังไม่สบายใจก็สามารถไปขอพรจากเทพไท่ส่วยเอี๊ยะผู้คุ้มครองดวงชะตาที่วัดจีนก็ได้ครับ

อ่านเพิ่มเติม ปีไหนสมพงษ์กันบ้าง

ปีชง

ดูฤกษ์มงคลได้ง่ายๆถ้าไม่มีเงินจ้างซินแส (ดวงจีน)

วิธีดูฤกษ์ดวงจีนด้วยตัวเอง
ดูฤกษ์ดวงจีน

ฤกษ์งานแต่งงาน ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ฤกษ์เปิดป้าย ฤกษ์คลอด ฤกษ์นู้น ฤกษ์นี้ เยอะแยะเต็มไปหมดเลย เรื่องฤกษ์มงคลต่างๆเหล่านี้อาจจะดูเหมือนไม่สำคัญ แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่อาจละเลยได้จริงมั้ย?

ทุกครั้งเราก็จะต้องไปให้หมอดูซินแสดูให้ ถ้าเป็นฤกษ์สำคัญต่อชีวิตเราในระยะยาว เช่น งานแต่งงาน งานเปิดสำนักงาน งานเหล่านี้ก็คุ้มค่าครับ แต่บางคนอาจจะมีข้อจำกัดเรื่องเงินทอง หรือถ้าเราต้องเรียกซินแสมาดูทุกครั้งก็อาจจะไม่สะดวก ซึ่งถ้าเราจะทำงานสำคัญไปโดยไม่สนใจฤกษ์ยาม บางทีอาจได้รับผลร้ายแบบที่ไม่ควรจะเจอก็ได้ จะทำอย่างไรให้เราหลีกเลี่ยงวันร้ายๆได่ วันนี้เรามีทางออกให้ครับ

ฤกษ์ปลอดภัย

อธิบายเพิ่มเติมก่อนว่าจริงๆการให้ซินแสดูฤกษ์เป็นวิธีที่ดี เพราะซินแสจะผูกดวงเราก่อนทำให้โอกาศที่ฤกษ์ยามจะเหมาะสมกับตัวเราจะมีสูง การดูฤกษ์ด้วยตัวเองตามวิธีที่จะแนะนำนี้ อาจจะเป็นวิธีกลางๆที่ไม่ได้เข้ากับดวงเรา 100% แต่สิ่งที่ต้องการคืออย่างน้อยที่สุด ฤกษ์นี้จะเป็นฤกษ์ปลอดภัยที่ไม่ส่งผลร้ายกับตัวเราอย่างแน่นอน

ฤกษ์แบบนี้เหมาะกับงานประเภทไหน

อย่างที่เล่าให้ฟังว่าฤกษ์ไหนที่เกี่ยวข้องผูกพันธ์กับชีวิตเราในระยะยาวไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ (จริงๆก็ใช้ได้ แต่ปรึกษาซินแสดีกว่า) แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ต้องเจอในชีวิตประจำวันทั่วไปใช้วิธีดูฤกษ์แบบนี้ได้เลย เช่น

  • วันพบลูกค้าเพื่อปิดการขาย
  • วันเซ็นสัญญาการค้า
  • วันทำบุญบ้านประจำปี
  • วันยื่นใบสมัครงาน
  • วันซื้อล็อตเตอรี่
  • ฯลฯ

การเตรียมตัวดูฤกษ์ด้วยตัวเอง

สิ่งที่ต้องเตรียมมีอย่างเดียวคือ ปฏิทินแบบจีน (แนะนำเป็นแบบฉีก) หาซื้อได้ทั่วไปตามเยาวราช หรือไม่ก็ซื้อออนไลน์เอา ราคาไม่เกินเล่มละ 200 บาท

ปฏิทินจีนดูฤกษ์มงคล
ปฏิทินจีน
ปฏิทินจีนดูฤกษ์มงคล
ปฏิทินจีน

ขั้นตอนการหาฤกษ์

ก่อนอื่นเราต้องรู้ส่วนประกอบที่สำคัญของปฏิทินจีนก่อน ให้ดูจากรูปด้านล่าง ดูเฉพาะในกรอบที่ทำสีไว้นะครับ

ปฏิทินจีนดูฤกษ์มงคล
ปฏิทินจีน

กรอบสีน้ำเงิน นักษัตรประจำวัน

แสดงนักษัตรประจำวัน ตัวบนคือนักษัตรประจำวัน ตัวล่างคือนักษัตรที่ชงกับวัน เช่นในกรณีนี้นักษัตรประจำวันคือมะเส็งหรืองูเล็ก ใครที่เกิดปีกุนก็ให้หลีกเลี่ยงการทำงานมงคลในวันนี้ เช็คปีนักษัตรที่ชงกันได้ที่นี่

กรอบสีเขียว บอกความหมายของวัน

อักษรด้านบนและด้านล่างเป็นวิธีการดูคนละแบบ ถ้าไม่ซีเรียสเอาให้ตัวใดตัวหนึ่งเป็นสีแดงก็สามารถใช้ฤกษ์วันนี้ได้ แต่ขอแนะนำว่าพยายามหาให้เป็นสีแดงทั้งสองตัวอักษรจะดีกว่า

กรอบสีเหลือง บอกฤกษ์ยามมงคล

อันนี้จะค่อนข้างซับซ้อนขึ้นมาอีกหน่อย แต่ไม่ต้องจำตัวอักษรจีนก็ได้ จำแค่ว่าแต่ละอักษรแทน 1 ชั่วยามก็พอ ซึ่ง 1 ชั่วยาม แทน 2 ชม.ตามเวลาสากล รวมทั้งหมดจะมี 12 ชั่วยาม 24 ชม.พอดีเป๊ะ

ฤกษ์ยามมงคลตามปฏิทินจีน
แบ่งชั่วยามแบบจีน

แต่ละชั่วยามจะถูกแทนด้วยนักษัตร 1 ตัว เวลาที่เลือกนี้ก็ห้ามเลือกเวลาที่นักษัตรชงกับปีเกิดเราเช่นกัน เริ่มจาก 5 ทุ่มเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ เช็คปีนักษัตรที่ชงกันได้ที่นี่

ฤกษ์ยามมงคลตามนักษัตร
นักษัตรตามฤกษ์ยามจีน

เมื่อเลือกยามที่ไม่ชงกับปีเกิดตัวเองได้แล้วให้กลับมาดูที่ปฏิทิน ดูในกรอบสีน้ำเงินแล้วเลือกเวลาที่ตกอักษรดีตามในรูปข้างล่าง

ฤกษ์ยามมงคล
ยามมงคล
ดูฤกษ์จากปฏิทินจีน
อักษรมงคล

ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆดีกว่า

สมมุตินาย A เกิดปีชวด ต้องการไปปิดการขายลูกค้ารายใหญ่ในวันที่ 1 ก.พ. 2562 (ตามตัวอย่างในปฏิทิน) เช็คแล้วว่าวันนี้เป็นวันมะเส็งไม่ชงกับปีเกิดนาย A คือปีชวด นอกจากนั้นอักษรทั้งสองตัวในกกรอบสีเขียวยังเป็นสีแดงทั้งคู่ด้วย เพราะฉะนั้นเลือกฤกษ์วันนี้ได้ คราวนี้นาย A ต้องเลือกเวลานัดพบ (ถ้าเป็นไปได้) นาย A ต้องดูก่อนว่าปีชวดที่เป็นปีเกิดชงกับปีอะไร นั่นคือปีมะเมีย หรือยามที่ 7 เวลา 11.00-12.59 เพราะฉะนั้นนาย A จะไม่เลือกนัดเวลานี้ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ตกอักษรมงคลก็ตาม

ปฏิทินจีนดูฤกษ์
ปฏิทินจีน

มาดูตัวเลือกกันดีกว่าว่านาย A เหลือเวลาไหนให้เลือกบ้าง

ฤกษ์ยามจีน
ฤกษ์ยามจีน

ดูจากรูปด้านบน เราตัดยาม 7 ออก เพราะชงกับเจ้าของดวง เราตัดยาม 2,5,8,12 ออกเพราะเป็นเวลาอัปมงคล เราตัดยาม 3,4,11 ออกเพราะไม่ใช่เวลาทำงาน

เพราะฉะนั้นเราจะเหลือ ยาม 6,9,10 ทีนี้เราก็มาดูว่ายามไหนตกอักษรมงคลตัวที่ดีสุด ผลออกมาเป็นยามที่ 9 หรือ 15.00-16.59 น. แต่ถ้าลูกค้าไม่สะดวกฤกษ์ตามนี้ก็อาจจะปรับเป็นฤกษ์รองคือ ยาม 6 เวลา 09.00-10.59 น. หรือ ยาม 10 เวลา 17.00-18.59 น.ก็ได้ครับ

ย้ำเตือนอีกครั้ง!!

วิธีดูฤกษ์แบบนี้ใช้กับการงานระยะสั้นๆหรือการงานที่เป็นเฉพาะของเราคนเดียวนะครับ ถ้าเป็นฤกษ์ที่ต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายๆคนเช่น งานแต่งงาน หรือคลอดบุตร จะมีความซับซ้อนมากขึ้นไป และต้องใช้ซินแสที่มีประสบการณ์ช่วยจัดวางฤกษ์ให้จะดีกว่า

ถ้าหากใครอ่านแล้วยังไม่เข้าใจหรือสงสัยตรงไหนสามารถ Comment เพื่อสอบถามได้ครับ

วิธีดูฤกษ์
วิธีดูฤกษ์ด้วยตัวเอง