“ปีหมูผ่านไปปีหนูเวียนเข้ามา”
ทุกๆปีโลกของเราจะได้รับอิทธิพลของดวงดาวแตกต่างกันไป อิทธิพลเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งปีนี้เป็นปีของ “หนู” อยู่ในสังกัดธาตุน้ำ ทำให้ส่งผลกระทบเป็นปฏิปักษ์ต่อธาตุไฟอย่างปี “มะเมีย” หรือม้ามากที่สุด เราเลยเรียกคนเกิดปีมะเมียว่าเป็นคนปี “ชง”
คนที่เกิดในปีชงอาจจะมีความวิตกกังวลถึงปัญหาในชีวิตที่จะเกิดขึ้นมากมาย ทำให้พิธีการแก้ชงจึงเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจมากขึ้น และสถานที่ๆถือว่าเป็นที่แก้ชงอันดับต้นๆของเมืองไทยเราคงหนีไม่พ้น “วัดมังกรกมลาวาส” หรือวัดเล่งเน่ยยี่ที่ตั้งอยู่คู่กับชาวไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่แถบเยาวราชมานานแสนนาน
บางคนอาจจะไม่เคยทำพิธีไหว้แก้ชงมาก่อน ก็อาจจะมีความขัดเขินไม่รู้ขั้นตอนว่าต้องทำอะไรก่อนอะไรหลัง บทความนี้เราจึงจะแนะนำวิธีการไหว้อย่างถูกต้องให้ทราบกัน

ทางเข้าวัดมังกร
ขั้นที่ 1 เตรียมไหว้
เมือเข้าจากประตูด้านหน้ามาแล้ว เราจะเห็นตัวอาคารหลักอยู่ตรงด้านหน้า และมีอาคารปีกแบ่งซ้ายขวา ด้านขวามือจะเป็นจุดซื้อของไหว้พวกธูปเทียน พวงมาลัย และอาคารทางซ้ายมือจะเป็นจุดซื้อชุดไหว้ที่เราจะต้องมาเขียนชื่อนามสกุลบนกระดาษชุดไหว้ที่นี่ โดยปกติเราจะเดินเลี้ยวซ้ายมาเขียนชุดไหว้ให้เรียบร้อยก่อน
ขั้นที่ 2 ซื้อชุดไหว้ เขียนชื่อ

ในรูปคืออาคารทางซ้ายมือที่เราจะมาซื้อชุดไหว้ก่อน โดยจะแบ่งเป็นสองแถวคือสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ จ่ายเงินทำบุญ 100 บาท เราจะได้ชุดไหว้เป็นใบสะเดาะเคราะห์สีแดง (สำหรับเขียนชื่อเรา) และชุดไหว้เทพเจ้าแห่งดวงชะตา (ไท่ส่วยเอี๊ย)
จากนั้นให้เราเข้าไปในตัวอาคารเพื่อเขียนชื่อข้อมูลต่างๆของเราในใบสีแดง โดยภายในอาคารจะมีวิธีการเขียนบอกไว้อย่างละเอียด


วิธีเขียนใบสะเดาะเคราะห์
หากไม่แน่ใจวันเดือนปีเกิดให้เทียบจากกระดานที่ตั้งอยู่ในอาคารโดยไล่ตามปี พ.ศ. ตรงนี้ต้องดูดีๆนิดนึง มีหลายคนที่เข้าใจปีเกิดตัวเองผิดมาตลอดชีวิต ส่วนอายุตามตารางที่เทียบจะใช้วิธีคิดแบบจีนที่จะนับอายุตอนอยู่ในครรภ์ด้วยจึงทำให้อายุเราจะมากกว่าปกติ 1 ปี

ปีที่มีแถบสีเหลืองคือปีที่ได้รับผลกระทบจากปีนี้ อาจจะมากน้อยแตกต่างกันไป โดยปีมะเมียจะได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่สามารถสะเดาะเคราะห์ได้เหมือนกันทุกปีเกิด
เมื่อเขียนชุดไหว้เสร็จแล้วให้ออกมาซื้อของไหว้ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับอาคารที่เราเขียนใบสะเดาะเคราะห์ ของไหว้พวกนี้เราสามารถเตรียมมาจากบ้านได้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ถ้าเอาสะดวกก็ซื้อจากที่วัดเลย
ขั้นที่ 3 ไหว้พระประธาน/ทีกง ฯลฯ

ตอนนี้ทางวัดไม่อนุญาตให้จุดธูปในอาคารแล้ว จึงยกกระถางธูปออกมาตั้งรวมกันอยู่บริเวณหน้าอาคารจุดเดียวทำให้สะดวกต่อการไหว้ขึ้นมาก เราจะไหว้พระประธาน และเทพเจ้าต่างๆด้วยธูปตรงนี้เลย อธิฐานบอกฟ้าดินว่าเราชื่อแซ่อะไร จะมาไหว้เพื่อจุดประสงค์ใด และปักธูปกระถางละ 3 ดอก จุดเทียนด้านนอก ส่วนพวงมาลัยและส้มนำเข้าไปไหว้พระประธานด้านใน
ขั้นที่ 4 ไหว้เทพไท่ส่วยเอี๊ย
ตรงนี้ถือเป็นไฮไลท์ของการไหว้ เทพไท่ส่วยเอี๊ยคือเทพเจ้าแห่งดวงชะตา เราจะมาขอท่านเพื่อให้ท่านคุ้มครองดวงเราให้มีความราบรื่นสมหวังตลอดปีนี้
ถ้าเข้าประตูหลักตรงกลางเราจะพบพระศรีอารยเมตรับอยู่ตรงหน้า ขนาบด้วยเทพจตุโลกบาลยืนเฝ้าประตู ให้เราเดินเลี้ยวอ้อมไปจะเจอพระประธานองค์ใหญ่ตั้งอยู่สามองค์ ให้เราแขวนพวงมาลัย แล้วเดินไปทางซ้ายมือซึ่งจะเป็นที่ๆเราจะไหว้องค์ไท่ส่วยเอี๊ย
เราจะพบเทพเจ้าหลายองค์ซึ่งเราจะไหว้รวมๆแต่อธิฐานต่อองค์ไท่ส่วยเอี๊ยเป็นพิเศษตอนเราทำพิธี องค์ไท่ส่วยเอี๊ยจะเป็นองค์ที่อยู่ขวามือสุดเมื่อเราหันหน้าให้ท่าน ด้านหน้าจะมีโต๊ะวางของไหว้ซึ่งเราจะเอาส้มและพวงมาลัยมาไหว้ตรงนี้ก็ได้
จากนั้นให้เรานำชุดสะเดาะเคราะห์และชุดไหว้มาปัดตัวไล่จากหัวลงไปครึ่งตัวแล้วปัดออกเป็นจำนวน 13 ครั้ง (ตามจำวนเดือนที่คุ้มครองในปีนี้) จากนั้นฝากชุดสะเดาะเคราะห์ไว้ที่เก็บ เป็นอันจบพิธี





























































